ค้นหาบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ขนมทองหยิบแสนอร่อย


 ขนมทองหยิบ 






วันนี่มีสูตรการทำขนมไทยแสนอร่อยมาฝากค่ะ  ขนมมงคลสีเหลือง รสชาติหวานอร่อยใช้ในเทศกาลงานมงคลต่างๆค่ะ  ซึ่งเจ้าขนมที่ว่านี้ก็คือ ขนมทองหยิบ เรามีสูตรการทำขนมแบบง่ายๆเชิญติดตามข้างล่างเลยค่ะ


มาเตรียมส่วนผสมแล้วมาเริ่มทำกันค่ะ

                                เครื่องปรุง + ส่วนผสม 


* ไข่เป็ด 8 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่แดง)

* น้ำเปล่า 6 ถ้วยตวง

* น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง

(เคล็ดลับ : อัตราส่วนมาตรฐานทั่วไป

น้ำ 1 ส่วน : น้ำตาล 1/2 ส่วน)



วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน


1. ผสมน้ำเปล่าและน้ำตาลทรายลงในกระทะทองเหลือง นำไปตั้งบนไฟอ่อนจนละลายปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็นนำไปกรองด้วย ผ้าขาวบางหนึ่งครั้ง

2. นำน้ำเชื่อมที่กรองแล้วไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง กะพอให้น้ำเชื่อมร้อนจัดแต่ไม่ให้เดือดพล่าน


3. ใส่ไข่แดงลงในถ้วย ตีจนขึ้นฟู เมื่อน้ำเชื่อมร้อนได้ที่ ใช้ช้อนตักไข่แดงที่ตีจนฟู หยอดลงในน้ำเชื่อม ไข่จะแผ่เป็นวงกลม ใช้ช้อนกลับหน้าสักครั้งเพื่อให้สุกทั่วทั้งสองด้าน จากนั้นจึงตักขึ้น

4. รอจนหายร้อน จึงจับจีบโดยใช้นิ้วมือหยิบ 5 หยิบแล้วใส่ลงในถ้วยตะไลหรือแบบพิมพ์ที่เตรียมไว้



เรามีวีดีโอขั้นตอนการทำขนมทองหยิบให้ชมด้วย  เชิญคลิ้กเลยค่ะ



วุ้นแสนอร่อย

       วุ้นกะทิแสนอร่อย
   
                                                      



สำหรับใครที่ชื่นชอบรับประทานวุ้น วันนี้เรามีวิธีทำวุ้นแบบง่ายๆมาฝากค่ะ  รับรองคุณสามารถทำได้ภายในเวลาไม่กี่นาที คุณก็จะมีวุ้นกรอบๆ หวานอร่อย ไว้รับประทานกันในครอบครัวแล้วค่ะ  วันนี้มีสองสูตรทั้งวุ้นแบบใสและวุ้นกะทิ จะเป็นยังไงนั้น
เชิญดูข้างล่างเลยค่ะ


มาเตรียมส่วนผสมกันเลยค่ะ
การทำวุ้นใส และวุ้นกะทิ 
ส่วนผสม วุ้นใส
1. ผงวุ้น (ควรใช้ตรานางเงือก A เดียว) 3 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำตาลทรายขาว 2 1/2 ถ้วยตวง
3. ใบเตยหอมสด (ใส่มากๆ ยิ่งดี) 6 ใบ
4. กลิ่นใบเตย (ตราวินเนอร์) 5-10 หยด
5. น้ำเปล่าสะอาด (ควรใช้น้ำที่ผ่านเครื่องกรองน้ำ) 8 ถ้วยตวง
วิธีทำวุ้นใส
1. นำผงวุ้นที่ตวงแล้ว แช่น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง แช่นานประมาณ 1 ชั่วโมง
2. นำหม้อใส่น้ำเปล่า 6 ถ้วยตวง ใส่ใบเตยสดล้างสะอาด ตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 4-5 นิ้ว ตั้งไฟให้เดือด เคี่ยวจนกระทั่งได้กลิ่นใบเตย จากนั้นตักออก
3. นำวุ้นที่แช่น้ำแล้ว ลงไปคนจนละลาย ใช้เวลาประมาณ 7-8 นาที จะมีลักษณะหนึบๆ ใส่น้ำตาลทรายขาว และหยดกลิ่นใบเตยประมาณ 5-10 หยด คนกระทั่งน้ำตาลละลาย จากนั้นยกลง เทใส่กระติกเก็บความร้อน ปูผ้าขาวบางบนปากกระติก ปิดฝาไว้ก่อน และทำวุ้นกะทิต่อทันที
ส่วนผสม วุ้นกะทิ
1. ผงวุ้น (ควรใช้ตรานางเงือก A เดียว) 3 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย
3. ใบเตยหอมสด
4. หัวกะทิ
(ใช้กะทิกล่องพาสเจอไรซ์ ตราชาวเกาะ ขนาด 1,000 กรัม) 4 ถ้วยตวง
5. เกลือป่น ซองละ 2 บาท 2 ช้อนโต๊ะ
6. แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำเปล่าสะอาด 4 ถ้วยตวง
วิธีทำวุ้นกะทิ
1. นำผงวุ้นที่ตวงแล้ว แช่น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง นานประมาณ 1 ชั่วโมง
2. นำหม้อใส่น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง ใส่ใบเตยสด ที่ล้างสะอาด และตัดใบเตยเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 4 หรือ 5 นิ้ว ตั้งไฟเคี่ยวจนกระทั่งได้กลิ่นใบเตย จากนั้นตักออก ใส่วุ้นที่แช่น้ำแล้วลงไป คนจนวุ้นละลายจะมีลักษณะหนึบๆ
3. ใส่น้ำตาลทรายขาว พอน้ำตาลละลาย ใส่เกลือ กะทิ แป้นกะทิที่เสร็จแล้วลงไปใงข้าวเจ้า คนพอสุก อย่าให้กะทิแตกมัน
4. ยกลงจากเตา เทวุ้นกระติกเก็บความร้อนปิดฝาไว้
วิธีการหยอด : ให้ใช้แม่พิมพ์ ขนาดถ้วยพอดีคำ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว เทวุ้นใส สลับกับวุ้นกะทิ เริ่มต้นวุ้นชนิดใดก็ได้ แต่ชั้นสุดท้ายต้องเป็นวุ้นใส เนื่องจากสีสันจะสวยงาม และรสชาติกลมกล่อม


คลิ้กดูวีดีโอ การทำวุ้นกะทิแสนอร่อยกันเลยค่ะ











วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ลูกชุบหลากสีสัน

ลูกชุบแสนอร่อย หลากสีสัน






วันนี้มีขนมที่เป็นของโปรดของเด็กๆมาฝากค่ะ เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักขนมไทยชนิดนี้อย่างแน่นอน ขนมที่มีความน่ารัก สีสันที่สะดุดตาและรสชาติอร่อย ซึ่งที่พูดมาก็คือ  ขนมไทยที่มีชื่อว่า    "ลูกชุบนั่นเอง"

                   วิธีทำลูกชุบจะเป็นยังไง เชิญดูวิธีการทำกันดีกว่าค่ะ  รับรองว่าไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ


ขั้นแรกเรามาเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบกันก่อนค่ะ

  อุปกรณ์

        เครื่องปั่น กระทะทองเหลือง

    วัตถุดิบ

        1. ถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกนึ่งสุก 150 ก. (แช่น้ำ 1 คืน)
        2. สีผสมอาหารสีแดง 1 ช้อนโต๊ะ
        3. สีผสมอาหารสีเขียว 1 ช้อนโต๊ะ 
        4. สีผสมอาหารสีส้ม 1 ช้อนโต๊ะ 
        5. น้ำตาลทราย 130 ก.
        6. ผงวุ้น 25 ก.
        7. น้ำเปล่า 1 ลิตร
        8. กะทิ 250 มล.
        9. กลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา
        10. ใบของต้นแก้ว 1/2 ถ้วย

    * ส่วนผสมสำหรับ 40 ชิ้น
  เวลาในการทำประมาณ 90 นาที


เริ่มทำกันเลย

วิธีการทำ



1. นำถั่วเขียวเลาะเปลือกมาทำความสะอาด และแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง 
จากนั้นจึงนำไปนึ่งให้สุก ใช้เวลาประมาณ 15 นาที)

2. เมื่อถั่วเขียวสุกดีแล้ว ให้นำไปใส่ในเครื่องปั่นไฟฟ้า พร้อมกับน้ำตาลทรายและน้ำกะทิ 
ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี

3. จากนั้นจึงเทส่วนผสมลงในกระทะทองเหลือง (หรือกระทะเคลือบเทฟลอนก็ได้)
และตั้งบนไฟอ่อนๆ ค่อยๆกวนจนข้นและเหนียว (ใช้เวลาประมาณ 20 - 30 นาที) จึงปิดไฟ
 และทิ้งไว้ให้เย็น (ถั่วต้องแห้ง มิเช่นนั้นจะไม่สามารถนำไปปั้นได้)

4. ก่อนปั้นให้นวดส่วนผสมทั้งหมดอีกครั้งจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นจึงปั้นให้เป็น
 รูปทรงตามใจชอบ (ผัก, ผลไม้หรือสัตว์น่ารักๆ) เมื่อปั้นเสร็จให้เสียบไม้จิ้มฟันรอไว้
 ควรปั้นส่วนผสมทั้งหมดให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ถั่วที่ปั้นเสร็จแล้วควรห่อไว้ด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำหมาดๆ

5. ผสมสีผสมอาหารตามต้องการ แล้วจึงบรรจงแต่งสีลงบนถั่วปั้นให้เหมือนจริง หรือตามแต่ความชอบ

6. ทำน้ำวุ้นโดยผสมน้ำเปล่า, ผงวุ้นและน้ำตาล ลงในหม้อ นำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง 
หมั่นคนอย่างสม่ำเสมอ รอจนส่วนผสมเดือด ช้อนฟองที่ลอยหน้าออก จึงหรี่ไฟลง

7. นำถั่วปั้นที่แต่งสีแล้วไปชุบในน้ำวุ้น ควรชุบประมาณ 2 - 3 ครั้ง ระหว่างชุบวุ้นต้องอุ่นน้ำวุ้นด้วย
ไฟอ่อนเพื่อไม่ให้วุ้นแข็ง ถ้าไม่พอก็ผสมน้ำวุ้นขึ้นใหม่ตามอัตราส่วนข้างต้น

8. นำลูกชุบออกจากไม้ิจิ้มฟัน ตัดแต่งเศษวุ้นส่วนเกินออกด้วยกรรไกร จัดใส่จาน
 เสริฟเป็นของว่างในวันสบายๆได้ทันที








 เรามีวีดีโอให้ดูด้วย เชิญคลิ้กดูวีดีโอ ขั้นตอนการทำลูกชุบได้เลยค่ะ





ขนมปุยฝ้ายนุ่มๆ

ขนมปุยฝ้าย ขนมไทยสีสันสดใส เนื้อนุ่มฟู







ถ้าอยากกินขนมปุยฝ้าย ทำไมต้องรอให้ถึงตรุษจีน ? ลองมาทำกินเองเลยดีกว่า เพราะเราได้นำวิธีทำขนมปุยฝ้ายมาฝากกันแล้ว ! เตรียมตัวพบกับ ขนมปุยฝ้ายเนื้อฟู นุ่มนิ่ม สีสันคัลเลอร์ฟูสุด ๆ กันทางนี้เลยจ้า
         
               ปกติเราจะเห็นขนมปุยฝ้ายวางขายเยอะ ๆ ก็ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพราะคนจีนมีความเชื่อว่า ขนมปุยฝ้ายเป็นขนมที่มีความหมายดี หมายถึง ความเฟื่องฟู ความเจริญงอกงาม และความรุ่งเรืองนั่นเอง นอกจากขนมปุยฝ้ายจะความหมายดีแล้ว ยังอร่อยอีกด้วย เสน่ห์ก็อยู่ที่เนื้อฟู ๆ นุ่ม ๆ นี่ล่ะ หอมกลิ่นมะลิ หรือบางสูตรก็ใส่กลิ่นนมแมวแบบโบราณ แถมสีสันยังสดใสชวนรับประทานซะจริง วันนี้มีสูตรขนมปุยฝ้ายที่มาพร้อมกับคลิปวีดีโอสอนทำขนมปุยฝ้ายให้เห็นกันเป็นขั้นเป็นตอนเลยทีเดียว ภาพสวย เสียงคมชัด ถ้าพร้อมแล้ว ก็ตามมาดูวิธีทำขนมปุยฝ้ายกันทางนี้เลยจ้า


สิ่งที่ต้องเตรียม


  •            แป้งเค้ก 2 1/2 ถ้วย (หรือ 300 กรัม)

  •            ผงฟู 1 ช้อนชา

  •            ไข่ไก่ (อุณหภูมิห้อง) 3 ฟอง 3 ฟอง

  •            น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วย (หรือ 250 กรัม)

  •            น้ำเปล่า (อุณหภูมิห้อง) 3 ฟอง 1 ถ้วย

  •           สารเสริมคุณภาพสำหรับทำขนมเอสพี (SP) 4 ช้อนชา

  •            นมข้นจืด 3 ช้อนโต๊ะ

  •           น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

  •           น้ำหอมกลิ่น 1 ช้อนชา (หรือน้ำหอมกลิ่นนมแมว 2 หยด)

  •            สีผสมอาหาร ตามชอบ

วิธีทำ

          1. ร่อนแป้งเค้ก กับผงฟูเข้าด้วยกัน เตรียมไว้

          2. ใส่ไข่ไก่ น้ำตาลทราย และน้ำลงในอ่างผสม จากนั้นป้ายสารเสริมคุณภาพบนหัวตีรูปตะกร้อ ตีผสมด้วยความเร็วสูง นานประมาณ 3-5 นาที หรือจนส่วนผสมขึ้นฟูเป็น 3 เท่า 

          3.  ลดความเร็วเครื่องตีลง ใช้ความเร็วต่ำ จากนั้นค่อย ๆ ตักแป้งใส่ลงไปตีผสมจนหมด ปาดข้างอ่าง ตีผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ค่อย ๆ เทนมข้นจืดลงไป ตามด้วยน้ำมะนาว และน้ำหอมกลิ่นมะลิ ตีต่อประมาณ 30 วินาที ปิดเครื่อง คลุมอ่างผสมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ พักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ให้ส่วนผสมขึ้นฟู

          4. ใส่น้ำลงในชุดนึ่ง นำขึ้นตั้งไฟแรงจนน้ำเดือดจัด

          5. เมื่อครบเวลา ใช้พายยางคนตะล่อมแป้งให้เข้ากันอีกครั้ง แบ่งแป้งผสมสีผสอาหารตามชอบ เตรียมไว้

          6. วางถ้วยกระดาษ (ถ้วยจีบ) ลงในพิมพ์อะลูมิเนียม ตักส่วนผสมแป้งใส่ประมาณ 3/4 พิมพ์ จากนั้นวางเรียงในชุดนึ่ง (โดยวางถ้วยให้ระยะห่างกันประมาณ 2 ซม. เพื่อให้ความร้อนกระจายขึ้นมาอย่างทั่วถึง) จากนั้นนำไปนึ่งด้วยไฟแรง นานประมาณ 15 นาที นำออกจากชุดนึ่ง แกะขนมออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟ

          ใครอยากลองทำขนมปุยฝ้ายน่ารักน่ากินแบบนี้ก็ลองตามเข้ามาดูวีดีโอสอนทำขนมปุยฝ้ายกันต่อได้ที่คลิปวีดีโอข้างล่างนี้เลยจ้า





ขนมชั้นแสนอร่อย

ขนมชั้นใบเตย ขนมไทยสีสันสดใส เนื้อเหนียวนุ่ม




      ขนมชั้น เป็นขนมไทยอีกหนึ่งอย่างที่นิยม กินเป็นอย่างมาก เพราะหาซื้อได้ง่าย ๆ มีเนื้อที่เหนียวนุ่ม รสชาติหวานละมุน หอมกลิ่นใบเตย มีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบชิ้นสี่เหลี่ยมเป็นชั้น ๆ แบบที่เป็นรูปดอกไม้ หรือนำมาพันเป็นรูปดอกกุหลาบก็มี และหลายคนก็อาจจะเข้าใจไปว่า ขนมชั้นนั้นทำยาก จริง ๆ แล้วง่ายกว่าที่คิดเยอะ ส่วนผสมก็มีไม่กี่อย่างเท่านั้น  ถ้าอยากจะลองทำขนมชั้นกินเอง ก็ลองมาดูมาชมกันต่อได้เลยจ้า



ส่วนผสม

  •            น้ำตาลทราย 2 1/2  ถ้วย

  •            น้ำกะทิ 4  ถ้วย

  •            แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย

  •            แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย

  •            แป้งท้าวยายม่อม 1 1/2  ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว)

  •            น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย

  •            น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย

  •            ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10x10 นิ้ว หรือ 8x8 นิ้ว)


วิธีทำ

         1. ใส่น้ำตาลทรายและกะทิลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟปานกลางประมาณ 5 นาที จนน้ำตาลทรายละลาย (ไม่ต้องรอให้เดือด) ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น

         2. นึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ประมาณ 15 นาที เตรียมไว้

         3. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นวดประมาณ 15 นาที จนแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำไปกรองด้วยตะแกรง

         4. แบ่งแป้งเป็น 2 ถ้วย โดยถ้วยที่ 1 ผสมกับน้ำใบเตย และถ้วยที่ 2 ผสมกับน้ำมะลิ คนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้

         5. ทำชั้นที่ 1 โดยเทส่วนผสมสีขาว (เทส่วนผสมทุกชั้นประมาณ 1/3 ถ้วย) ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที เปิดฝา เทส่วนผสมสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที ทำซ้ำเช่นเดิม สลับชั้นกันจนหมดแป้ง จะได้ประมาณ 9-10 ชั้น โดยชั้นสุดท้าย ให้นึ่งประมาณ 7 นาที ยกออกจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท (ประมาณ 3 ชั่วโมง) 

         6. นำขนมออกจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนขนมเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

          จริง ๆ แล้วขนมชั้นแบบไทย ๆ ก็ไม่ได้ทำยากอย่างที่คิด ส่วนผสมก็ไม่เยอะ ถึงแม้ขั้นตอนการทำจะดูยุ่งยากไปสักนิด แต่เราก็ได้ขนมชั้นฝีมือตัวเองไว้กินเล่น ๆ แล้ว



 เรามีวีดีโอวิธีทำขนมชั้นให้ดูด้วย  รับรองไม่ยากอย่างที่คิด เชิญคลิ้กดูเลย